ขอเชิญร่วมงานทำบุญครบรอบปีที่๒๑

13 ความเห็น

ขอเชิญร่วมงานทำบุญครบรอบปีที่๒๑
พระครูมงคลธรรมสุนทร (หลวงปู่เ ส็ง จนทรสี)

dsc06718

วันอาทิตย์ที่ ๒๕ ม.ค. ๒๕๕๒ ตรงกับแรม ๑๕ค่ำ เดือน๒ เนื่องด้วยพระอธิการสำเริง ปญญาทีโป พร้อมด้วยคณะสงฆ์วัดบางนา และศิษานุศิษย์ ทายกทายิกา คณะกรรมการวัด ได้พร้อมใจกันจัดงานทำุบุญครบรอบปีที่๒๑ เพื่อถวายแด่พระเดชพระคุณพระครูมงคลธรรมสุนทร (หลวงปู่เ ส็ง จนทรสี) ปรมาจารย์ผู้ทรงคุณธรรมสูง

กำหนดการ

วันเสาร์ที่ ๒๔ ม.ค. ๒๕๕๒
เ วลา ๑๙.๓๐ น. พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ ๔รูป สวดพระอภิธรรม

วันอาทิตย์ที่ ๒๕ ม.ค. ๒๕๕๒
เ วลา ๑๐.๐๐ น. พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ ๑๐รูป สวดเ จริญพระพุทธมนต์
เ วลา ๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ ๔๕รูป
เ วลา ๑๑.๕๐ น. ถวายเ ครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ ๔๕รูป
เ วลา ๑๒.๐๐ น. ขอเชิญร่วมรับประทานอาหารโดยพร้อมเพรียงกันทุกท่าน

 

—–

ขอแถมนิดนึงครับ ในวันที่ ๒๒ ผมเป็นเจ้าภาพเปลี่ยนผ้าไตรจีวรให้หลวงปู่ ทุกปีจะรู้กันเฉพาะคนในวัดหรือชาวบ้านเท่านั้น และทุกปีเมื่อเปลี่ยนเสร็จและเจ้าภาพหยิบชิ้นที่ต้องการแล้วก็จะมีคนรุมกันแย่งปันส่วนแบ่งของไตรจีวรที่ห่มหลวงปู่มาตลอดทั้งปีไ ปบูชากั น.. ท่านที่สนใจขอเชิญได้ครับ ยังไม่แน่ใจว่าช่วงเช้าหรือช่วงบ่าย

ประวัติการสร้างหมูทองแดงมหาลาภ

4 ความเห็น

 

พญาหมูมหาลาภ

พญาหมูมหาลาภ

 การสร้างหมูทองแดงของหลวงปู่เส็ง จันทรังสี แห่งวัดบางนานั้น สาเหตุมาจากที่หลวงปู่เส็งท่านเป็นพระที่มีเมตตาจิตสูง ในกุฏิของท่านจึงเต็มไปด้วยหมาและแมวเป็นจำนวนมาก ในราวปี พ.ศ. ๒๕๑๕๒๕๑๖ หลวงปู่เส็งท่านได้เลี้ยงหมูไว้หนึ่งตัว อันที่จริงหมูตัวนี้ก็มีบุญดี ที่ได้มาอยู่กับหลวงปู่ เพราะหมูตัวนี้ถูกคนนำเอาไปทิ้งน้ำ หวังจะให้ตาย แต่เดชะบุญที่หมูไม่ตายลอยน้ำมากับผักตบชวา ในที่สุดก็มาหยุดอยู่ตรงท่าน้ำของวัด ผู้คนได้ยินแต่เสียงร้องจึงมาพบและได้ช่วยชีวิตเอาไว้ จากนั้นจึงนำมาให้หลวงปู่เส็ง ท่านได้เลี้ยงหมูตัวนั้นไว้ ชั่วระยะเวลาไม่ถึงปีหมูก็โตอ้วนอย่างสมบูรณ์ กินนอนอยู่ข้างกุฏิหลวงปู่เส็งตลอดมา จนมาถึงประมาณปี พ.ศ. ๒๕๒๑ หมูจึงตายลง ญาติโยมบริเวณวัดก็มาช่วยกันนำหมูตัวนั้นออกไปจากวัด โดยไม่ได้แจ้งให้หลวงปู่เส็งรับทราบ เพราะคิดว่าเป็นสัตว์ที่ตายแล้ว จากนั้นจึงนำไปแล่เนื้อด้วยคนประมาณ ๓๔ คนที่หามออกไป แต่ทว่าน่าแปลกประหลาดตรงที่ว่า เพราะเหตุใดหมูจึงแล่ไม่เข้า จะสับหรือจะฟันอย่างไรก็ยังคงอยู่ในสภาพปรกติ ผู้คนเหล่านั้นจึงมากราบเรียนบอกหลวงปู่เส็งให้ทราบ เมื่อหลวงปู่เส็งได้รับทราบแล้วท่านจึงอนุญาติให้กลับไปแล่เนื้ออีกครั้งหนึ่งและปรากฎว่าได้แล่เนื้อหมูตัวนั้นได้ หมูที่ท่านหลวงปู่เส็งได้เลี้ยงไว้นี้เกิดเขี้ยวงอกยาวออกมาและปรากฎว่าเป็นเขี้ยวตัน จึงเป็นแรงดลใจให้หลวงปู่เส็งคิดค้นตำราการสร้างหมูทองแดงเขี้ยวตัน ท่านจึงได้ให้ลูกศิษย์และฆราวาสศึกษารูปแบบ ถ่ายแบบจากหมูป่าจริงๆ เพื่อนำมาถอดรูป ทำแบบเป็นหมูทองแดงเขี้ยวตัน เมื่อใส่รูปแบบที่ถูกต้องตามลักษณะของหมูป่าแล้ว หลวงปู่เส็งท่านจึงได้ลงแผ่นทองสามกษัตริย์ และวัตถุมงคลอื่นๆ ให้ช่างแกะพิมพ์และหล่อออกมา เป็นรูปหมูทองแดงตามรูปลักษณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้

 เมื่อการหล่อได้จัดการเสร็จเรียบร้อย ท่านจึงได้กำหนดวันเวลาปลุกเศก ซึ่งได้ทำพิธีภายในพระอุโบสถของวัดบางนาโดยมีเกจิในจังหวัดปทุมธานี ที่มีพรรษาอาวุโสและมีวิชาแก่กล้าจำนวน ๑๐รูปนั่งสวดในพิธีกรรม โดยมีหลวงปู่เส็งเป็นประธาน นั่งปรกปลุกเศกเพียงรูปเดียว เมื่อเสร็จแล้วท่านก็แจกจ่ายแก่ลูกศิษย์และญาติโยมที่มาทำบุญเช่าบูชาไป ต่อมาไม่นานก็เกิดประสปการณ์กันหลายอย่าง การสร้างหมูทองแดงของหลวงปู่ในครั้งนี้นั้น ท่านจะอธิษฐานจิตให้เป็นไปในทางเมตตามหานิยม ในทางค้าขายและในทางโชคลาภ เพราะฉนั้นจึงดีเด่นในทางค้าขาย ซื้อง่ายขายคล่องทำอะไรก็จะดีเป็นของหมูๆ ฉนั้นทุกครั้งที่จะใช้ในการเดินทางหรือนำติดตัวไปค้าขาย หรือตั้งบูชาไว้ที่บ้านจะต้องอาราธนานึกถึงบารมีของหลวงปู่เส็ง และกล่าวคำอาราธนาคาถา หัวใจหมู เพื่อปลุกให้หมูออกฤทธิ์และอำนาจตามที่คนศรัทรานำไปใช้

 

คาถาหัวใจหมู

นะโมฯ ๓จบ

อิ สะ วา สุ สุ สะ วา อิ นะมะพะทะ

จะ ภะ กะ สะ นะโมพุทธายะ นะชาลีติ

จันทะรังสี เอ สะ มะ สุ อิทธิฤทธิ ภะวันตุเม

 

ใช้ไปในทางติดต่อเจรจา ค้าขาย เป็นโชคลาภ และในขณะที่ท่านนำหมูติดตัวไปด้วย ก่อนออกจากบ้านหรือเดินทาง จะต้องอาราธนาว่าคาถาหัวใจหมูก่อน เมื่อนำติดตัวไปด้วยนั้นหากจะกินข้าวหรือน้ำหรือสิ่งใด ให้เรียกหรืออธิษฐานในใจว่า พระยาหมูทองแดง กินข้าวกินน้ำด้วยกันนะ หมูก็จะได้กินไปกับผู้ใช้ด้วย และถ้าตั้งบูชาที่บ้านก็ให้ตั้งต่ำกว่าพระพุทธมีข้าวแดงผสมใส่ในถ้วยและน้ำ เรียกให้กินด้วยการสวดหัวใจหมูเป็นต้น

รำลึก …จันทรังสี

3 ความเห็น

สรีระขงหลวงปู่เส็งในโลงแก้ว ไม่เน่าเปื่ย

สรีระของหลวงปู่เส็งในโลงแก้ว ไม่เน่าเปื่อย

โลกแห่งสังคมนิยม ได้แผ่ขยายอำนาจปกคลุมเข้ามายังจีนแผ่นดินใหญ่ ทำให้ประชาชนภายในประเทศ ต้องพบกับความเดือดร้อนจากการปกครองแบบใหม่ นายจู ซึ่งเป็นคนจีนคนหนึ่ง ที่ได้เดินทางเข้ามาอยู่ในประเทศสยาม ประกอบอาชีพตั้งหลักแหล่งอยู่ปทุมธานี ครั้นแต่งงานอยู่กินกับนางเข็ม ซึ่งสถานภาพเป็นคนมอญ และทั้งสองได้ทำอาชีพ ทำนา ทำอิฐ เพื่อค้าขายเป็นหลัก

 ที่สุดก็ให้กำเนิดบุตร มีจำนวนถึง๗คน หนึ่งในจำนวนนั้นเป็นชาย นอกนั้นเป็นหญิงทั้งหมด บิดาและมารดาจึงตั้งชื่อบุตรชายนั้นว่า เส็ง นามสกุล บุญเซ็ง เกิดเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๔๔ ต่อมาพี่น้องที่เป็นหญิงนั้นได้เสียชีวิตลง

พ.ศ. ๒๔๖๕ ได้เข้าอุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดบางนา โดยมีพระครูนันทมุนี วัดบางหลวง เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูบวรธรรมกิจ (หลวงปู่เทียน) วัดโบสถ์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการทัด เจ้าอาวาสวัดบางนา เป็นอนุสาวนาจารย์ ได้ฉายาในบวรพุทธศาสนาว่า จันทรังสี

หลวงปู่เส็งท่านเป็นผู้พูดน้อยแต่ว่าพูดได้หลายภาษาเช่น ภาษาไทย ภาษามอญ ภาษาจีน ภาษาขอม และท่านได้ศึกษาธรรมวินัยจนสอบได้นักธรรมเอกในปี พ.ศ. ๒๔๘๗

หลวงปู่เส็งท่านได้เริ่มทำพระเครื่องเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๐ เป็นพระพิมพ์สมเด็จเนื้อผง ผสมผงอิธิเจ ปถมังค์ และผงตรีนิสิงเห นอกจากนั้นแล้วยังมีตะกรุดโทนและพระผงประเภทอื่นๆอีกมากมาย

ความชรานั้นเป็นทุกข์ หลวงปู่เส็งท่านได้ชรภาพลงตามวัยและได้ละสังขารมรณภาพลงในวันที่ ๒๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๑ รวมอายุได้ ๘๗ปี ที่โรงพยาบาลคุ้มเกล้า แต่ทว่าสภาพร่างกายภายนอกนั้นยังคงสมบูรณ์เป็นปรกติ หรือที่เรียกว่าไม่เน่าไม่เปื่อย และเก็บรักษาไว้ในโลงแก้วเพื่อเป็นที่เคารพกราบไหว้แก่ศิษยานุศิษย์ ตลอดถึงประชนชนที่สัญจรผ่านมาทำบุญ

ประวัติวัดบางนา จ.ปทุมธานี

1 ความเห็น

 

บริเวณทางเข้าวัด

บริเวณทางเข้าวัด

วัดบางนาเป็นวัดที่มีพื้นที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ถูกสร้างขึ้นในช่วงราวกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ประมาณปี พ.ศ. ๒๓๒๐ โดยชนชาวมอญ มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ ๑๙ไร่เศษ ตั้งอยู่ตำบลบางโพธิ์เหนือ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี
 
 

บริเวณ�ุโบสถ

บริเวณอุโบสถ

 

เสาหงษ์เป็นสัญลักษณ์ของชนชาวมอญ ในการสร้างวัดบางนาเปรียบเหมือนเสาอโศกของพระเจ้าอโศกมหาราชแห่งอินเดีย เป็นเครื่องหมายแห่งความเจริญรุ่งเรืองในพระพุทธศาสนา ในยามเช้าของทุกๆวันแสงพระอาทิตย์ที่ขึ้นจากทางทิศตะวันออกจะสาดลำแสงเป็นทางยาวทาบมายังประตูพระอุโบสถ ซึ่งเป็นความสามารถของคนยุคก่อนที่ได้ทำการคำนวนทางคณิตศาสตร์และดาราศาสตร์ได้อย่างลงตัว ในพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยชื่อ พระพุทธทิพย์สุวรรณมุนี สร้างโดยการก่ออิฐถือปูนในสมัยกรุงศรีอยุธยา พระอุโบสถได้ถูกบูรณะขึ้นเป็นครั้งแรกโดยพระอธิการยงยุทธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบางนา

  

พระพุทธบาทจำล�ง

พระพุทธบาทจำลอง

 

ถัดจากบริเวณอุโบสถยังมีวิหารโบราณที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางป่าเลไลย์ และรอยพระพุทธบาทจำลอง และวิหารจันทรังสี ซึ่งได้ทำการยกช่อฟ้าไปเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่ผ่านมานี้ ภายในวิหารได้ประดิษฐานสรีระอันไม่เน่าเปื่อยของหลวงปู่เส็ง จันทรังสี อดีตเจ้าอาวาสวัดบางนา และรูปหล่อของอดีตเจ้าอาวาสพระอธิการทัด และหลวงพ่อแสวงอีกด้วย

 ในช่วงต้นจนถึงปัจจุบัน วัดบางนาได้มีเจ้าอาวาสทั้งหมดดังนี้

๑ พระอธิการ เลี่ยว

๒ พระอธิการ ทัด

๓ พระครูมงคลธรรมสุนทร (หลวงปู่เส็ง จันทรังสี)                               

๔ พระครูอนุกูลศาสนกิจ (หลวงพ่อแสวง นันทิโย)

๕ พระอธิการ ยงยุทธ ยโสธโร

๖ พระครูศรีปทุมานุรักษ์ (รักษาการแทน)

๗ พระอธิการสำเริง ปญญาทีโป เป็นเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๕๑)

บริเวณที่พำนักข�งพระสงฆ์

บริเวณที่พำนักของพระสงฆ์

เว็บวัดบางนาโดนแฮก

1 ความเห็น

ภาพถ่ายหลวงปู่เส็ง อดีตเจ้าอาวาสวัดบางนา

 

ไม่ผิดหรอกครับ เห็นหัวเรื่องแบบนี้ ผมนั้นทำเว็บถวายวัดบางนาเอาไว้โดยใช้ URL เป็น http://www.webganzter.com/watbangna ซึ่งใช้โปรแกรมสำเร็จรูป แล้วไม่ได้เข้ามาดูแลเสียนาน พอมาดูอีกทีวันนี้ปรากฎว่าโดนแฮกเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนข้อมูลในดาต้าเบส เปลี่ยนพาสเวิร์ดของผู้ดูแลระบบหมดเลย เลยตัดสินใจว่าเปลี่ยนระบบมาอยู่ที่นี่ดีกว่า แล้วจะทยอยเอาบทความต่างๆของวัดบางนากลับมาเหมือนเดิมโดยเร็วนะครับ …

Newer Entries

%d bloggers like this: