สรีระขงหลวงปู่เส็งในโลงแก้ว ไม่เน่าเปื่ย

สรีระของหลวงปู่เส็งในโลงแก้ว ไม่เน่าเปื่อย

โลกแห่งสังคมนิยม ได้แผ่ขยายอำนาจปกคลุมเข้ามายังจีนแผ่นดินใหญ่ ทำให้ประชาชนภายในประเทศ ต้องพบกับความเดือดร้อนจากการปกครองแบบใหม่ นายจู ซึ่งเป็นคนจีนคนหนึ่ง ที่ได้เดินทางเข้ามาอยู่ในประเทศสยาม ประกอบอาชีพตั้งหลักแหล่งอยู่ปทุมธานี ครั้นแต่งงานอยู่กินกับนางเข็ม ซึ่งสถานภาพเป็นคนมอญ และทั้งสองได้ทำอาชีพ ทำนา ทำอิฐ เพื่อค้าขายเป็นหลัก

 ที่สุดก็ให้กำเนิดบุตร มีจำนวนถึง๗คน หนึ่งในจำนวนนั้นเป็นชาย นอกนั้นเป็นหญิงทั้งหมด บิดาและมารดาจึงตั้งชื่อบุตรชายนั้นว่า เส็ง นามสกุล บุญเซ็ง เกิดเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๔๔ ต่อมาพี่น้องที่เป็นหญิงนั้นได้เสียชีวิตลง

พ.ศ. ๒๔๖๕ ได้เข้าอุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดบางนา โดยมีพระครูนันทมุนี วัดบางหลวง เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูบวรธรรมกิจ (หลวงปู่เทียน) วัดโบสถ์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการทัด เจ้าอาวาสวัดบางนา เป็นอนุสาวนาจารย์ ได้ฉายาในบวรพุทธศาสนาว่า จันทรังสี

หลวงปู่เส็งท่านเป็นผู้พูดน้อยแต่ว่าพูดได้หลายภาษาเช่น ภาษาไทย ภาษามอญ ภาษาจีน ภาษาขอม และท่านได้ศึกษาธรรมวินัยจนสอบได้นักธรรมเอกในปี พ.ศ. ๒๔๘๗

หลวงปู่เส็งท่านได้เริ่มทำพระเครื่องเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๐ เป็นพระพิมพ์สมเด็จเนื้อผง ผสมผงอิธิเจ ปถมังค์ และผงตรีนิสิงเห นอกจากนั้นแล้วยังมีตะกรุดโทนและพระผงประเภทอื่นๆอีกมากมาย

ความชรานั้นเป็นทุกข์ หลวงปู่เส็งท่านได้ชรภาพลงตามวัยและได้ละสังขารมรณภาพลงในวันที่ ๒๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๑ รวมอายุได้ ๘๗ปี ที่โรงพยาบาลคุ้มเกล้า แต่ทว่าสภาพร่างกายภายนอกนั้นยังคงสมบูรณ์เป็นปรกติ หรือที่เรียกว่าไม่เน่าไม่เปื่อย และเก็บรักษาไว้ในโลงแก้วเพื่อเป็นที่เคารพกราบไหว้แก่ศิษยานุศิษย์ ตลอดถึงประชนชนที่สัญจรผ่านมาทำบุญ